อาซาร์ยังไม่ผ่าน! ย้อนรอยผลงาน10สตาร์ดังจากพรีเมียร์ที่ย้ายมาอยู่เรอัล มาดริด

หลังจาก เอแด็น อาซาร์ สตาร์ทีมชาติเบลเยียม ย้ายจาก เชลซี มาร่วมทีม เรอัล มาดริด ในฤดูกาลนี้ด้วยค่าตัว 100 ล้านยูโร ในช่วงซัมเมอร์ปีที่ผ่านมา แต่ใครจะเชื่อว่าปีแรกในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว ต้องเจออุปสรรคที่ยากลำบากพอสมควร

 

 

อาซาร์ ต้องประสบปัญหาอาการบาดเจ็บตามเล่นงานต่อเนื่องจนส่งผลต่อผลงานในสนามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้จนถึงตอนนี้เจ้าตัวลงเล่นให้ ราชันชุดขาว รวมทุกรายการแค่ 15 นัดเท่านั้น และยิงได้แค่ลูกเดียวกับทำอีก แอซิสต์ ทั้งที่ฤดูกาลสุดท้ายกับ สิงห์บลูส์” เขากระวกไปถึง 21 ประตู จากการลงเล่น 52 นัด

เราจะพาไปย้อนดูผลงานของเหล่าสตาร์ที่ย้ายจากเวทพรีเมียร์ลีกมาเล่นในแดนกระทิงดุกับ ราชันชุดขาว” ใครจะมีผลงานเป็นอย่างไรกันบ้างไปดูกัน

 

 

 

– สตีฟ แม็คมานามาน
ย้ายจาก ลิเวอร์พูล 1999, ไม่มีค่าตัว
สถิติ : 158 นัด ประตู

 

 

 

อย่างไรก็ตามในเส้นทางลูกหนังล้วนไม่มีอะไรที่แน่นอนอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตามในเส้นทางลูกหนังล้วนไม่มีอะไรที่แน่นอนอยู่แล้ว

 

 

 

 

หากจะพูดถึงขวัญใจของเหล่าสาวก เดอะ ค็อป” แม็คก้า คือหนึ่งในแข้งสุดโปรด หลังจากเจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นในการทำหน้าที่เป็นมิดฟิลด์ของทีม จนช่วยให้ทัพ ลิเวอร์พูล” ประสบความสำเร็จ และยังเป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่ของ ลิเวอร์พูล ซึ่งทำให้หลายคนเชื่อว่าเขาจะอยู่กับทีมไปจนแขวนสตั๊ด

อย่างไรก็ตามในเส้นทางลูกหนังล้วนไม่มีอะไรที่แน่นอนอยู่แล้ว เมื่ออดีตแข้งทีมชาติอังกฤษสร้างความฮือฮาด้วยการตกลงเซ็นสัญญาย้ายไปเล่นกับ เรอัล มาดริด แบบไร้ค่าตัวล่วงหน้า ในช่วงที่เขายังเหลือสัญญากับ ลิเวอร์พูล อยู่อีก เดือน หลังคุยเรื่องการต่อสัญญากับ ลิเวอร์พูล ไม่ลงตัวพร้อมทำให้เขากลายเป็นนักเตะชาวอังกฤษคนที่สองในประวัติศาสตร์ที่เล่นให้ ราชันชุดขาว

สำหรับผลงานในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว ฤดูกาลแรกนั้นเจ้าตัวทำผลงานได้น่าพอใจ มีส่วนช่วยให้ทีมได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาล 1999-2000 พร้อมลงเล่นไป 47 นัดหมายในทุกรายการ แต่ภายหลังฤดูกาลนั้นเป็นต้นมาถาการณ์ของเจ้าตัวก็เปลี่ยนไป หลังจากที่พวกเขาทุ่มเงินคว้าตัว ลุยส์ ฟิโก้ มาร่วมทัพ ก่อนที่ในฤดูกาล 2002-03 เขากลายเป็นตัวเลือกลำดับท้ายจนได้ลงเล่นไปเพียง 25 นัดในทุกรายการ และต้องบอกลาทีมด้วยการไปเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

 

 

 

 

 

นิโกล่าส์ อเนลก้า
ย้ายจาก อาร์เซน่อล 1999, ค่าตัว 22.3 ล้านปอนด์
สถิติ : 31 นัด ประตู

 

 

 

 

เส้นทางของ อเนลก้า บนแดนกระทิงดุ ดูจะเริ่มต้นได้สวย
เส้นทางของ อเนลก้า บนแดนกระทิงดุ ดูจะเริ่มต้นได้สวย

 

 

 

 

กองหน้าจอมพเนจรเลือดน้ำหอมย้ายจาก อาร์เซนอล มาอยู่กับ มาดริด ในฐานะดาวรุ่งพุ่งแรงในยุคนั้น จากการเป็นเจ้าของรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของพรีเมียร์ลีก

เส้นทางของ อเนลก้า บนแดนกระทิงดุ ดูจะเริ่มต้นได้สวย แต่ด้วยพฤติกรรมที่ย่ำแย่ทำให้เขาอยู่กับทีมได้เพียงปีเดียวเท่านั้น ก่อนจะต้องเก็บข้าวของไปอยู่กับ เปแอสเช อดีตต้นสังกัด ซึ่งภายหลังวันที่เจ้าตัวเลือกเดินออกจากรั้ว ปืนใหญ่” ก็ทำให้เขากลายเป็นแข้งจอมพเนจรคนหนึ่ง

 

 

 

 

 

 

– เดวิด เบ็คแฮม
ย้ายจาก แมนฯ ยูไนเต็ด 2003, ค่าตัว 25 ล้านปอนด์
สถิติ : 155 นัด 20 ประตู
เบ็คแฮมย้ายมาซบ"ราชันชุดขาว" ในฐานะสตาร์ดังในยุคแรกของกาลาคติกอส
เบ็คแฮมย้ายมาซบ”ราชันชุดขาว” ในฐานะสตาร์ดังในยุคแรกของกาลาคติกอส

อดีตปีกเท้าชั่งทองประสบความสำเร็จในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดกับผลงานคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยจากนั้นเขาก็ถูกขาให้กับเรอัล มาดริดเมื่อปี2003 หลังมีปัญหากับเซอร์อเล็กซ์เฟอร์กูสัน

เบ็คแฮมย้ายมาซบราชันชุดขาว” ในฐานะสตาร์ดังในยุคแรกของกาลาคติกอส อย่างไรก็ตามผลงานของเขาไม่เปรี้ยงปร้างสักเท่าไหร่ทำได้20 ประตูจาก155 นัดและคว้าแชมป์ลาลีกา ได้เพียงสมัยเท่านั้นก่อนไปอยู่กับแอลเอแกแลซี่ในปี2007

– ไมเคิ่ล โอเว่น
ย้ายจาก ลิเวอร์พูล 2004, ค่าตัว ล้านปอนด์
สถิติ : 45 นัด 16 ประตู
อย่างไรก็ตามเส้นทางของ โอเว่น กับ ลิเวอร์พูล ก็ต้องจบลงแบบร้าวฉาน 
อย่างไรก็ตามเส้นทางของ โอเว่น กับ ลิเวอร์พูล ก็ต้องจบลงแบบร้าวฉาน

อดีตดาวยิงทีมชาติอังกฤษเปิดตัวในฐานะนักเตะอาชีพให้กับ หงส์แดง” เมื่อปี 1997 หลังจากพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาจากผู้เล่นดาวรุ่งในศูนย์ฝึกเยาวชน จนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในสุดยอดดาวยิงระดับพระกาฬในเวลานั้น จนเป็นขวัญใจของเหล่า เดอะ ค็อป”

อย่างไรก็ตามเส้นทางของ โอเว่น กับ ลิเวอร์พูล ก็ต้องจบลงแบบร้าวฉาน โดยข่าวลือหัวข้อการย้ายทีมของ โอเว่น เริ่มรุนแรงก็ตอนที่ เชราร์ อุลลิเย่ร์ โดนปลดออกจากการเป็นผู้จัดการทีม หงส์แดง ก่อนที่เขาจะได้บอกลาทีมไปซบ เรอัล มาดริด ในยุคที่เต็มไปด้วยเหล่าซูเปอร์สตาร์ดัง แต่สุดท้ายกลับไม่สามารถระเบิดฟอร์มเก่งออกมาได้และไม่มีแชมป์ติดไม้ติดมือออกมา ก่อนจะย้ายไปอยู่ นิวคาเซิ่ล ในฤดูกาลถัดมาทันที

– รุดฟาน นิสเตลรอย
ย้ายจากแมนฯ ยูไนเต็ด2006, ค่าตัว11 ล้านปอนด์
สถิติ: 96 นัด64 ประตู
หลังย้ายมาอยู่กับ"ราชันชุดขาว" ฟาน นิสเตลรอยก็โชว์ผลงานยิงได้เป็นกอบเป็นกำ
หลังย้ายมาอยู่กับ”ราชันชุดขาว” ฟาน นิสเตลรอยก็โชว์ผลงานยิงได้เป็นกอบเป็นกำ

กองหน้าชาวดัตช์โชว์ฟอร์มร้อนแรงนับตั้งแต่ย้ายจากพีเอสวีมาเล่นในถิ่นโอลด์แทร็ฟฟอร์ดในปี2001 พร้อมมีสถิติการทำประตูยอดเยี่ยมเป็นอย่างมากจนถูกยกให้เป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีสุดในโลก ณ เวลานั้น

อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกชาวโปรตุกีสย้ายเข้ามาความประพฤติของเจ้าตัวก็เปลี่ยนไปโดยเฉพาะในปีสุดท้ายที่ไปมีปัญหากับเฟอร์กี้ ระหว่างเกมคาร์ลิงคัพรอบชิงชนะเลิศที่ชนะวีแกน4-0 หลังเขาเป็นเพียงตัวสำรองในเกมนี้ซึ่งเจ้าตัวกลับแสดงความไม่พอใจออกมานอกจากนี้ยังทำตัวปัญหายูบ่อยครั้งในระหว่างซ้อมจนถูกปล่อยไปอยู่กับเรอัล มาดริดในปี2006

หลังย้ายมาอยู่กับราชันชุดขาว ฟาน นิสเตลรอยก็โชว์ผลงานยิงได้เป็นกอบเป็นกำในช่วงแรกเป็นส่วนสำคัญช่วยทีมคว้าแชมป์ลาลีกา สองสมัยติดต่อกันก่อนจะมีผลงานที่ดร็อปลงไปและย้ายไปอยู่กับฮัมบูร์ก ในปี2009

– อาร์เยน ร็อบเบน
ย้ายจาก เชลซี 2007, ค่าตัว 24 ล้านปอนด์
สถิติ : 65 นัด 13 ประตู
อย่างไรก็ตามผลงานของเขาก็ไม่เปรี้ยงเท่าที่ควรยิงได้เพียง 4 ประตูจาก 21 เกม
อย่างไรก็ตามผลงานของเขาก็ไม่เปรี้ยงเท่าที่ควรยิงได้เพียง 4 ประตูจาก 21 เกม

หลังย้ายจากพีเอสวี มาเป็นกำลังสำคัญของ เชลซี ในยุคของกุนซือ โชเซ่ มุรินโญ่ จนมีส่วนสำคัญช่วยทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก สมัยติดต่อกัน เขาก็ออกมาหาความท้าทายครั้งใหม่กับ เเรอัล มาดริด ในปี 2007

อย่างไรก็ตามผลงานของเขาก็ไม่เปรี้ยงเท่าที่ควรยิงได้เพียง ประตูจาก 21 เกมในลีกเท่านั้น แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เขาคว้าแชมป์ ลา ลีกา ร่วมกับทีมได้ในทันที ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค ในปี 2009

– คริสเตียโน่ โรนัลโด้
ย้ายจาก แมนฯ ยูไนเต็ด 2009, ค่าตัว 80 ล้านปอนด์
สถิติ : 438 นัด 450 ประตู
แน่นอนว่า สถิติ 450 ประตู ทำให้ โรนัลโด้ กลายเป็นผู้เล่นที่ทำประตูได้มากสุด
แน่นอนว่า สถิติ 450 ประตู ทำให้ โรนัลโด้ กลายเป็นผู้เล่นที่ทำประตูได้มากสุด

หากจะพูดถึงสตาร์จากพรีเมียร์ที่ย้ายมาแล้วประสบความสำเร็จมากที่สุดคงจะตัดชื่อของ โรนัลโด้ ออกไปไม่ได้ นับตั้งแต่ที่เขาย้ายจาก แมนฯ ยูไนเต็ด มาด้วยค่าตัวสถิติโลกในปี 2009 ซีอาร์เซเว่น ก็มาระเบิดฟอร์มสุดยอดคว้าแขมป์ทุกรายการได้กับ ราชันชุดขาว ตลอดระยะเวลา ปีที่โลดแล่นอยู่ในถิ่น ซานติอาโก เบร์นาเบว

แน่นอนว่า สถิติ 450 ประตู ทำให้ โรนัลโด้ กลายเป็นผู้เล่นที่ทำประตูได้มากสุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร โดยทิ้งห่างอันดับสองอย่าง ราอูล กอซาเลซ แบบไกลลิบเลยทีเดียว (ราอูล ยิงไป 323 ประตูก่อนจะย้ายไปอยู่กับ ยูเวนตุส ในปี 2018

– ชาบีลอนโซ่
ย้ายจากลิเวอร์พูล2009, ค่าตัว30 ล้านปอนด์
สถิติ: 236 นัดประตู
โดยว่ากันว่าใจจริงแล้ว อลอนโซ่ ไม่เคยต้องการหันหลังให้ แอนฟิลด์
โดยว่ากันว่าใจจริงแล้ว อลอนโซ่ ไม่เคยต้องการหันหลังให้ แอนฟิลด์

นับเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสำหรับ เดอะ ค็อป” ที่ มิดฟิลด์ชาวสแปนิช ต้องบอกลา ลิเวอร์พูล ทั้งที่เขาอยู่กับทีมมาถึง ปี และทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกับทีม โดยว่ากันว่าใจจริงแล้ว ลอนโซ่ ไม่เคยต้องการหันหลังให้ แอนฟิลด์ เลย เพียงแต่เขามีปัญหากับ ราฟาเอล เบนิเตซ อย่างมาก จนทำให้ไม่สามารถอยู่ถ้ำเดียวกันได้

เช่นเดียวกับกรณีของ อาร์เบลัว มิดฟิลด์ชาวสแปนิชถือเป็นกำลังสำคัญคนหนึ่งของ เรอัล เกือบทุกฤดูกาล ยกเว้นซีซั่น 2014-15 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่เขาโดนปล่อยไปให้ บาเยิร์น มิวนิค ตั้งแต่ต้นซีซั่น พร้อมได้แชมป์หลายรายการกับทีม อย่างเช่นแชมป์ลีก หนแชมป์ โกปา เดล เรย์ ครั้ง และแชมป์ แชมเปี้่ยนส์ ลีก สมัย เป็นต้น

– ลูก้า โมริ
ย้ายจาก สเปอร์ส 2012, ค่าตัว 33 ล้านปอนด์
สถิติ : 333 นัด 22 ประตู
มิดฟิลด์ชาวโครแอตทำผลงานได้สุดยอด
มิดฟิลด์ชาวโครแอตทำผลงานได้สุดยอด

มิดฟิลด์ชาวโคแอทำผลงานได้สุดยอดกับ ไก่เดือยทอง” กลายเป็นหัวใจสำคัญของทีมคุมเกมแดนกลางได้อย่างหมดจดเด่นทั้งเกมรุกและรับ จนตกเป็นเป้าหมายของหลายทีชั้นนำในยุโรป

ก่อนที่สุดท้ายจะย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด แต่ในฤดูกาลแรกเขาต้องเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งออกมาได้ ก่อนจะค่อยๆปรับตัวและกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมได้จนถึงปัจจุบัน

แกเร็ธ เบล
ย้ายจากสเปอร์ส 2013, ค่าจ้าง85.3 ล้านปอนด์
สถิติ: 249 นัด105 ประตู
โดยมีรายงานว่า มาดริด พร้อมปล่อย เบล ออกจากทีมแบบฟรีๆเช่นกัน
โดยมีรายงานว่า มาดริด พร้อมปล่อย เบล ออกจากทีมแบบฟรีๆเช่นกัน

ถือเป็นสตาร์รายที่สองที่ เรอัล มาดริด ทุ่มซื้อมาจาก สเปอร์ส ต่อจาก ลูก้า โมริช โดยปีกวานรย้ายมาด้วยค่าตัวสถิติโลกคนใหม่ในเวลานั้น ก่อนจะพาระเบิดฟอร์มเก่งได้ต่อเนื่องคว้าถ้วยแชมป์ได้เป็นกอบเป็นกำโดยเฉพาะยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ถึง สมัย

โดยมีรายงานว่า มาดริด พร้อมปล่อย เบล ออกจากทีมแบบฟรีเช่นกันเนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีกลุ่มไหนที่ยอมให้ค่าเหนื่อยกับ เบล ตามที่เจ้าตัวต้องการ จากการที่ตอนนี้ดาวเตะชาวเวลส์ฟันค่าเหนื่อยกับ มาดริด อยู่ถึงอาทิตย์ละ 350,000 ปอนด์ ซึ่งการทำอย่างนี้ก็อาจจะช่วยทำให้ทีมอื่นๆเอาเงินไปทุ่มเป็นค่าเหนื่อยของ เบล ได้อย่างเต็มที่นั่นเอง

เรื่องอื่นๆน่าสนใจ