ใกล้หมดยุคของบอสเนีย

ใกล้หมดยุคของบอสเนีย

บอสเนียเป็นประเทศที่พึ่งจะแยกตัวมาจากการเป็นประเทศยูโกสลาเวียเมื่อช่วงปี 1990 เป็นต้นมา ทำให้พวกเขาไม่ค่อยมีประวัติศาสตร์ทางด้านวงการกีฬาเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการฟุตบอลที่พวกเขาพึ่งจะได้เข้ามาเป็นสมาชิกของสมาพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือว่ายูฟ่าเมื่อตอนที่เล่นรอบคัดเลือกในศึกฟุตบอลโลกเมื่อปี 2002 ที่จัดการแข่งขันขึ้นที่ทวีปเอเชียเท่านั้น แต่ในตอนแรกพวกเขาไม่ได้เป็นชาติทีแข็งแกร่งแต่อย่างใด ผลบอล ยูโร 2020 เพราะพึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของประเทศบอสเนียเท่านั้น ทำให้พวกเขาไม่ค่อยมีนักเตะเก่งๆ ก้าวขึ้นมาโด่งดังบนเวทียุโรปเลย แต่หลังจากที่เวลาผ่านไปเรื่อยๆ แล้ว บอสเนียถือว่าเป็นชาติที่พัฒนาได้อย่างรวดเร็ว  โดยพวกเขาสามารถผ่านเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเมื่อปี 2014 ที่ประเทศบราซิลเป็นเจ้าภาพได้สำเร็จ ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จอย่างใหญ่หลวงของประเทศที่พึ่งเริ่มก่อตั้งได้ไม่นาน แม้ว่าทัวร์นาเม้นต์นั้นบอสเนียจะต้องตกรอบแรกก็ตาม แต่พวกเขาก็สู้ได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งสิ่งที่ทำให้บอสเนียประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็วก็คือการที่มีนักเตะที่แข็งแกร่งนั่นเอง ซึ่งพวกเขาแยกตัวมาจากสหภาพโซเวียต หรือว่ารัสเซียเดิมนั่นเอง ซึ่งเป็นพวกที่มีรูปร่างสูงใหญ่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้บอสเนียถือว่ามีจุดเด่นในเรื่องของสรีระร่างกายพอสมควร เมื่อเทียบกับชาติอื่นๆ

นอกจากจะมีรูปร่างที่ได้เปรียบชาติอื่นๆ แล้ว และนักเตะบางคนก็มีทักษะที่ยอดเยี่ยมเข้าไป ทำให้เขาเหล่านั้นก้าวขึ้นไปเป็นดาวเด่นบนเวทีฟุตบอลยุโรปได้ในทันที ผลบอล ยูโร 2020  โดยพวกเขามีนักเตะที่ก้าวขึ้นไปเล่นในลีกชั้นนำของยุโรปมากมายในทุกตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้รักษาประตูก็มีอัสเมียร์ เบโกวิช นายประตูที่เคยเป็นมือ 1 ให้กับสโต๊ค ซิตี้ในพรีเมียร์ลีก ก่อนที่เขาจะย้ายมาอยู่กับเอซี มิลานในฤดูกาลนี้ ส่วนแดนกลางพวกเขามีมิราเล็ม ปานิช ห้องเครื่องตัวเก่งของยูเวนตุสเป็นดาวเตะคนสำคัญของทีม ส่วนอีกรายก็คือมูฮาเหม็ด เบซิช กองกลางที่เล่นได้อย่างโดดเด่นในตอนฟุตบอลโลก 2014 จนทำให้เขาได้ย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีกกับเอฟเวอร์ตัน ก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดในฤดูกาลนี้ แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องมากนักในระดับสโมสรก็ตาม แต่เขาถือว่ายังได้โอกาสลงสนามในนามทีมชาติอยู่เสมอ ผลบอล ยูโร 2020 และนอกจากนั้นนักเตะคนสำคัญที่สุดของทีมชาติบอสเนียที่เป็นคนสำคัญมาอย่างยาวนานก็คือเอดิน เชโก้ กองหน้าร่างใหญ่ของโรม่านั่นเอง ซึ่งเขาประสบความสำเร็จกับสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก จนทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นกองหน้าระดับชั้นนำของยุโรปในตอนนั้น และแม้ว่าตอนนี้เขาจะอยู่ในวัย 34 ปีแล้ว แต่ก็ยังทำผลงานได้ดีกับโรม่าในฤดูกาลนี้อยู่ และถือว่าเป็นหัวหอกคนสำคัญของทีม “หมาป่าแห่งกรุงโรม” อีกด้วย

ในทัวร์นาเม้นต์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปที่ถูกเลื่อนไปแข่งขันกันในช่วงกลางปีหน้านั้น ทีมชาติบอสเนียยังมีโอกาสที่จะได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายอยู่ ซึ่งพวกเขายังมีโปรแกรมที่จะต้องพบกับทีมชาติไอร์แลนด์เหนือในรอบเพลย์ออฟ ซึ่งหากว่าพวกเขาสามารถเอาชนะได้จะได้เข้าไปชิงชนะเลิศกับผู้ชนะระหว่างทีมชาติสโลวาเกีย กับทีมชาติไอร์แลนด์ ถึงจะได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้าย
ในทัวร์นาเม้นต์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปที่ถูกเลื่อนไปแข่งขันกันในช่วงกลางปีหน้านั้น ทีมชาติบอสเนียยังมีโอกาสที่จะได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายอยู่ ซึ่งพวกเขายังมีโปรแกรมที่จะต้องพบกับทีมชาติไอร์แลนด์เหนือในรอบเพลย์ออฟ ซึ่งหากว่าพวกเขาสามารถเอาชนะได้จะได้เข้าไปชิงชนะเลิศกับผู้ชนะระหว่างทีมชาติสโลวาเกีย กับทีมชาติไอร์แลนด์ ถึงจะได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้าย

ในช่วงที่ผ่านมาเอดิน เชโก้เป็นทั้งกัปตันทีมชาติบอสเนีย รวมถึงเป็นดาวซัลโวของทีมชาติด้วย ซึ่งเขาครองสถิติต่างๆ มากมายในนามทีมชาติ ทั้งเป็นคนที่ลงสนามให้ทีมชาติบอสเนียมากที่สุด รวมถึงเป็นดาวซัลโวสูงสุดของบอสเนียด้วย โดยเขาติดทีมชาติเกิน 100 นัดแล้ว และทำประตูเกิน 50 ประตูไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย ผลบอล ยูโร 2020 ซึ่งถือว่าเป็นนักเตะที่บอสเนียจะขาดไปไม่ได้เลยทีเดียว แต่ตอนนี้เขาอยู่ในวัย 34 ปีแล้ว ทำให้เขาอาจจะเล่นให้กับทีมชาติได้อีกไม่นานนักแล้วหลังจากนี้ ซึ่งจะทำให้ทีมชาติบอสเนียขาดหัวหอกคนสำคัญไปทันที และจะทำให้ทีมอ่อนยวบลงทันทีด้วย แม้ว่าจะยังเหลือมิราเล็ม ปานิชอยู่ก็ตาม แต่ปานิชก็อยู่ในวัย 29 ปีแล้วเช่นกัน ซึ่งก็กำลังจะเข้าใกล้ช่วงขาลงของการค้าแข้งเข้าไปทุกที และตอนนี้ก็ยังไม่เห็นแววของดาวรุ่งที่จะก้าวขึ้นมาแทนที่ของ 2 ยอดดาวเตะรายนี้แต่อย่างใด

ในทัวร์นาเม้นต์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปที่ถูกเลื่อนไปแข่งขันกันในช่วงกลางปีหน้านั้น ทีมชาติบอสเนียยังมีโอกาสที่จะได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายอยู่ ซึ่งพวกเขายังมีโปรแกรมที่จะต้องพบกับทีมชาติไอร์แลนด์เหนือในรอบเพลย์ออฟ ซึ่งหากว่าพวกเขาสามารถเอาชนะได้จะได้เข้าไปชิงชนะเลิศกับผู้ชนะระหว่างทีมชาติสโลวาเกีย กับทีมชาติไอร์แลนด์ ถึงจะได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้าย ผลบอล ยูโร 2020 ซึ่งหากว่าบอสเนียสามารถผ่านไปเล่นในรอบสุดท้ายศึกยูโรครั้งนี้ได้สำเร็จ จะถือว่าเป็นครั้งแรกของพวกเขาในการทำศึกยูโรรอบสุดท้ายด้วย เพราะช่วงก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายมาก่อน เพราะเคยผ่านแค่รอบสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลกเท่านั้น ซึ่งพวกเขาต้องการที่จะเล่นในรอบสุดท้ายศึกยูโรครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะหลังจากที่เอดิน เชโก้ จะอำลาทีมชาติไป ก็ไม่รู้ว่าหลังจากนี้พวกเขาจะกลับมาแข็งแกร่งพอจะไปเล่นในรอบสุดท้ายได้อีกเมื่อไหร่ ท่านที่เป็นคอบอล และสนใจการติดปลายนวม ลองเข้าไปที่ https://dp24thai.com/

เรื่องอื่นๆน่าสนใจ