ตำนานคนแรกของ “เรือใบสีฟ้า”

ตำนานคนแรกของ “เรือใบสีฟ้า”

ทีม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดทีมของพรีเมียร์ลีกในเวลานี้นั้น  ผลบอล ภาษาไทย  ยังคงเป็นทีมที่ถูกถากถางจากแฟนบอลเกรียนทีมอื่นๆ อยู่ตลอดว่าเป็นทีมที่ไม่มีประวัติศาสตร์แต่อย่างใด และที่มาประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ได้ก็เพราะใช้การทุ่มเงินอันมหาศาลจากเจ้าของทีมที่เป็นเศรษฐีจากตะวันออกกลางเท่านั้นที่ทำให้ทีมประสบความสำเร็จ และอีกอย่างหนึ่งที่ถูกถามถึงตลอดก็คือนักเตะก่อนหน้านี้คนไหนของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ถูกยกย่องให้เป็นตำนานของสโมสร ซึ่งหากไม่ใช่แฟนบอลของทีมจริงๆ

แล้วก็ไม่มีทางรู้อย่างแน่นอน เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาเป็นทีมเพื่อนบ้านผู้น่ารำคาญของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  ผลบอล ภาษาไทย  อดีตยอดทีมของเกาะอังกฤษเท่านั้น และพึ่งจะมาลืมตาอ้าปากได้แค่ประมาณ 10 ปีที่ผ่านมาเท่านั้น ทำให้พวกเขาไม่เป็นที่รู้จักมากนักในช่วงก่อนหน้านี้ และถูกมองว่าไม่มีตำนานของสโมสรที่แฟนบอลทีมอื่นรู้จักเลย

แต่หลังจากนี้นั้นแฟนบอลทีมอื่นๆ จะมาล้อเลียนแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะหลังจากนี้พวกเขาจะมีตำนานของสโมสรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผลบอล ภาษาไทย   ซึ่งนักแตะที่จะกลายเป็นตำนานของทีม “เรือใบสีฟ้า” อย่างแน่นอนหลังจากที่แขวนสตั๊ด หรือว่าจะย้ายทีมหลังจากนี้แล้วก็ตาม ก็คือเซร์คิโอก อเกวโร่ กองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่าของทีมนั่นเอง ซึ่งดาวเตะหมายเลข 10 ของทีมรายนี้เล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลที่ 9 แล้ว ซึ่งหากว่าฤดูกาลหน้าเขายังเล่นในถิ่นอิติฮัด สเตเดี้ยมต่อไป

ทีม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดทีมของพรีเมียร์ลีกในเวลานี้
ทีม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดทีมของพรีเมียร์ลีกในเวลานี้

หลังจากนั้นเขาจะมีแมตช์เกียรติยศ หรือว่าเทสติโมเนี่ยล แมตช์ตอนเลิกเล่นเหมือนกับนักเตะคนอื่นๆ ของสโมสรอื่นด้วย ซึ่งในทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ชุดนี้เขาอยู่กับทีมมานานเป็นรองเพียงดาบิด ซิลบา เพลย์เมคเกอร์ชาวสเปนของทีมเท่านั้นที่อยู่มานานกว่า ซึ่งดาบิด ซิลบานั้นก็น่าจะได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะระดับตำนานของสโมสรได้เช่นกัน ผลบอล ภาษาไทย เพราะร่วมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับทีมมาทุกสมัย แต่ในเรื่องของความโดดเด่น และผลงานที่จับต้องได้นั้น กองหน้าอย่างเซร์คิโอ อเกวโร่นั้นย่อมโดดเด่นกว่าอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในเรื่องของการทำประตู ซึ่งเขากลายเป็นดาวซัลโวของสโมสรมาทุกฤดูกาลตั้งแต่ย้ายจากแอตเลติโก มาดริดร่วมร่วมทีมด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์เมื่อปี 2011 และช่วยทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ถึง 4 สมัยเลยทีเดียว

เซร์คิโอ อเกวโร่ เป็นผู้ทำประตูสุดท้ายในฤดูกาล 2011-2012 ที่ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกได้สำเร็จในฤดูกาลนั้น ด้วยการพาทีมเอาชนะควีนสปาร์ค เรนเจอร์ ที่ตกชั้นไปแล้วในฤดูกาลนั้นได้สำเร็จในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ มิเช่นนั้นปีนั้นแชมป์จะตกเป็นของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่ปรับร่วมเมืองไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งอเกวโร่ กุนนั้นถือว่าเป็นนักเตะที่มีค่าเฉลี่ยในการทำประตูในแต่ละฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมทีเดียว ผลบอล ภาษาไทย ซึ่งมีเพียงฤดูกาล 2012-13 เท่านั้นที่เขาไม่สามารถทำได้ถึง 20 ประตู

ซึ่งถือว่าเป็นฤดูกาลเดียวที่เขาทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐาน แต่นอกนั้นแล้วเขารักษาฟอร์มการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมมาโดยตลอด ผลบอล ภาษาไทย   โดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีกที่แต่ละฤดูกาลนั้นเขาจะยิงประตูเฉลี่ยได้ประมาณ 20 ประตูเป็นประจำ และในฤดูกาล 2014-2015 เขาสามารถคว้ารางวัลดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกมาครองได้อีกด้วย ด้วยการทำได้ถึง 26 ประตูในฤดูกาลนั้น โดยในฤดูกาลนี้แม้ว่าเขาจะมีอายุถึง 31 ปีแล้วก็ตาม แต่การทำประตูของเขานั้นยังคงยอดเยี่ยม เมื่อทำไปได้แล้วถึง 16 ประตูในพรีเมียร์ลีก และ 23 ประตูหากรวมในทุกรายการ แม้ว่าสภาพร่างกายของเขาจะไม่ค่อยสมบูรณ์ก็ตาม

แต่ก็ยังเป็นแถวหน้าในการทำประตูของพรีเมียร์ลีกอยู่ดี รวมถึงยังทำให้ทีมมีลุ้นคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลนี้อีกด้วย เพราะในรอบ 16 ทีมสุดท้ายนั้น ทีม “เรือใบสีฟ้า” สามารถบุกไปเอาชนะเรอัล มาดริด ยอดทีมของสเปนได้ก่อนที่ซานติอาโก้ เบร์นาเบว 2-1 จะเหลือเพียงนัดที่ 2 ที่จะกลับมาเล่นในอิติฮัด สเตเดี้ยมเท่านั้นที่ยังไม่สามารถแข่งขันกันได้ เนื่องจากโดนไวรัสโควิด 19 เล่นงานกันไปเสียก่อน ซึ่งหากกลับมาแข่งขันอีกครั้งพวกเขามีโอกาสสูงมากทีเดียวในการเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในฤดูกาลนี้

เซร์คิโอ อเกวโร่นั้นถือว่าเป็นกองหน้าระดับตำนานของพรีเมียร์ลีกไปเรียบร้อยแล้วด้วย เพราะตอนนี้นั้นเขาเป็นนักเตะต่างชาติท่ำประตูได้มากที่สุดของพรีเมียร์ลีกไปเรียบร้อยแล้ว โดยเขาสามารถทำลายสถิติของเธียร์รี่ อองรี อดีตกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสของอาร์เซน่อลลงได้แล้วในฤดูกาลนี้ โดยตอนนี้ยอดรวมการทำประตูของ “เอล กุน” ในพรีเมียร์ลีกนั้นทำไปได้แล้วถึง 180 ประตู กลายเป็นอันดับ 4 ในทำเนียบดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีก ผลบอล ภาษาไทย โดยเป็นรองเพียงอลัน เชียร์เรอร์ เวย์น รูนี่ย์ และแอนดี้ โคลเท่านั้น เพราะเขาพึ่งแซงหน้าแฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือคนปัจจุบันของเชลซีที่ทำไป 177 ประตูเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเขาขาดอีก 7 ประตูเท่านั้นก็จะกลายเป็นอันดับ 3 ในทำเนียบนี้ โดยสามารถไปตามเชียร์แมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ตลอดฤดูกาลที่ https://dp24thai.com/

เรื่องอื่นๆน่าสนใจ