ความเก่งแต่ไม่สุดของเดปาย

ความเก่งแต่ไม่สุดของเดปาย

เม็มฟิส เดปาย เป็นปีกชาวดัตช์ที่ก้าวขึ้นมาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิลเป็นเจ้าภาพ โดยตอนนั้นเดปายพึ่งจะก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของพีเอสวี ไอน์โฮเฟ่น ทีมดังของศึกคาสิโน เอเรดิวิซี่ย์ของประเทศได้ไม่นาน และสามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาล 2013-2014 จนทำให้เขาถูกเรียไปติดทีมชาติ “อัศวินสีส้ม” ในปี 2013 เป็นครั้งแรก ซึ่งตอนนั้นเขาอายุเพียงแค่ 19 ปีเท่านั้น แต่กลับทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ผลบอล siamsport  ซึ่งพวกเขาสามารถคว้าอันดับที่ 3 ในทัวร์นาเม้นต์นั้นมาครองได้สำเร็จในยุคการคุมทีมของหลุยส์ ฟาน กัล กุนซือระดับบรมกุนซือของทีม ซึ่งในทัวร์นาเม้นต์นั้นเม็มฟิส เดปาย ถูกเรียกไปติดทีมชาติในการเป็นตัวทีเด็ดบนม้านั่งสำรอง และเป็นตัวเลือกแรกที่อดีตกุนซือบาร์เซโลน่า และอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัมจะส่งลงสนาม โดยเขาเป็นตัวสำรองของอาร์เย็น ร็อบเบน ปีกรุ่นพี่ในทีมชาติ และสามารถทำได้ถึง 2 ประตูในฟุตบอลโลกครั้งแรกของเขา ทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นที่น่าจับตามองได้อย่างรวดเร็ว จนกระทั่งฤดูกาลต่อมาเขากลายเป็นยอดดาวเตะของพีเอสวี ไอน์โฮเฟ่นที่ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกมาครองได้สำเร็จ ผลบอล siamsport  และที่สำคัญของเม็มฟิส เดปายกลายเป็นดาวซัลโวของลีกในฤดูกาลนั้นด้วยการทำได้ 22 ประตู

จากสถิติที่ผ่านมาก่อนหน้านี้นั้น ดาวเตะที่สามารถเป็นดาวซัลโวของลีกสูงสุดของประเทศเนเธอร์แลนด์นั้นมักจะประสบความสำเร็จ และกลายเป็นนักเตะระดับโลกได้ด้วย ผลบอล siamsport โดยไล่มาตั้งแต่มาร์โก ฟาน บาสเท่น ยอดดาวยิงระดับตำนาน โรมาริโอ้ กองหน้าที่กลายเป็นแชมป์โลกกับทีมชาติบราซิล โรนัลโด้ เทพกองหน้าชาวบราซิเลี่ยนในตอนที่เล่นให้กับพีเอสวี ไอน์โฮเฟ่น ที่กลายเป็นดาวซัลโวระดับฟุตบอลโลกในปี 2002 รุ๊ด ฟาน นิสเทลรอย กองหน้าที่ไปประสบความสำเร็จกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และรวมถึงหลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าชาวอุรุกวัยที่ก็กลายเป็นกองหน้าระดับท็อปจนถึงปัจจุบัน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นยอดนักเตะในแต่ละยุคทั้งนั้น ซึ่งเม็มฟิส เดปายก็มีโอกาสที่จะตามรอยดาวเตะเหล่านี้ไปได้ เพราะเขามีทั้งสกิลการลากเลื้อยที่ยอดเยี่ยม รวมถึงการยิงประตูที่ดีด้วย อีกทั้งยังมีทีเด็ดในการยิงฟรีคิกอีกต่างหาก ทำให้เขาได้รับการจับตามองเป็นอย่างยิ่ง ทั้งลิเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ให้ความสนใจเขาในปี 2015 แต่ว่าสุดท้ายเจ้าตัวก็เลือกย้ายมาอยู่กับทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  เพื่อที่จะกลับมาร่วมงานกับหลุยส์ ฟาน กัล อดีตกุนซือทีมชาติเนเธอร์แลนด์อีกครั้ง ซึ่งหลังจากจบศึกฟุตบอลโลก 2014 ฟาน กัลก็ย้ายมาคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทันที ทำให้เป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในปี 2015 ซึ่งเขาทำให้เม็มฟิส เดปายสามารถแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวในช่วงก่อนหน้านี้

พอย้ายมาอยู่ในลีก เอิงของฝรั่งเศสแล้ว เม็มฟิส เดปาย สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ทันที เมื่อเขากลายเป็นตัวหลักของโอลิมปิก ลียงได้อย่างรวดเร็ว
พอย้ายมาอยู่ในลีก เอิงของฝรั่งเศสแล้ว เม็มฟิส เดปาย สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ทันที เมื่อเขากลายเป็นตัวหลักของโอลิมปิก ลียงได้อย่างรวดเร็ว

พอย้ายมาอยู่ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดแล้วกลับกลายเป็นว่าฟอร์มของเม็มฟิส เดปายกลับหายไปเลยในตอนนั้น ผลบอล siamsport   ไม่ว่าจะเป็นการลากเลื้อย และการยิงประตูที่แทบไม่มีให้เห็นเลยในตอนนั้น เมื่อเขาไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเล่นในแดนผู้ดีได้ ทำให้เขาต้องกลายเป็นตัวสำรองอยู่ตลอด และสุดท้ายแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็มีการเปลี่ยนแปลงกุนซือมาเป็นโชเซ่ มูรินโญ่ในฤดูกาลต่อมา ซึ่งทำให้สถานการณ์ของเม็มฟิส เดปายนั้นไม่ดีตามไปด้วย เพราะกุนซือชาวโปรตุกีสนั้นไม่ชอบนักเตสไตล์อย่างเดปายอยู่แล้วที่ไม่ค่อยมีวินัยในการเล่นมากนัก ซึ่งมูรินโญ่ต้องการนักเตะที่สามารถลงมาเล่นเกมรับได้ดีด้วย ทำให้เขาต้องกลายเป็นตัวเลือกที่ 3 ในตำแหน่งตัวรุกริมเส้นฝั่งซ้ายทันที และถูกอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กับมาร์คัส แรชฟอร์ดแย่งตำแหน่งไป ทำให้สุดท้ายเขาต้องถูกขายให้กับโอลิมปิก ลียง ทีมดังของศึกลีก เอิงฝรั่งเศสด้วยค่าตัวรวมประมาณ 22 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าทีม “ปีศาจแดง” ไม่ขาดทุนมากนัก ผลบอล siamsport เพราะตอนพวกเขาซื้อมาก็ราคาประมาณ 25 ล้านปอนด์เท่านั้น และเมื่อเทียบกับฟอร์มการเล่น และผลงานในการสวมเสื้อ “ปีศาจแดง” แล้ว ถือว่าเป็นการขายที่ได้ราคาดีทีเดียว

พอย้ายมาอยู่ในลีก เอิงของฝรั่งเศสแล้ว เม็มฟิส เดปาย สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ทันที เมื่อเขากลายเป็นตัวหลักของโอลิมปิก ลียงได้อย่างรวดเร็ว โดยตอนแรกเขาประสานงานร่วมกับนาบิล เฟคีร์ เพลย์เมคเกอร์ของทีม และรวมถึงมาเรียโน่ ดิอาซได้อย่างดี แม้ว่าทีมจะไม่ได้ประสบความสำเร็จก็ตาม แต่ช่วงนั้นแนวรุกของลียงถือว่าไม่เป็นรองใครในลีกเช่นกัน และจนถึงตอนนี้ก็เช่นกันเขายังเป็นตัวชูโรงให้กับลียงอยู่ ผลบอล siamsport รวมถึงเป็นกำลังสำคัญในแนวรุกของทีมชาติเนเธอร์แลนด์ในเวลานี้อีกด้วย แต่สิ่งทำให้เดปายไม่สามารถก้าวขึ้นไปได้เก่งกว่านี้ก็คือการเป็นศิลปินของเขานั่นเอง ซึ่งเขาถือว่าเป็นเกรียนแห่งโซเชี่ยลมีเดียคนหนึ่งเลยทีเดียวในตอนนี้ ซึ่งทำให้สมาธิในการเล่นของเขาเสียไปด้วย โดยสามารถเข้าไปตามเชียร์ลียง และเนเธอร์แลนด์ได้ที่ https://dp24thai.com/

เรื่องอื่นๆน่าสนใจ