ความเก่งกาจของเดอ บรอยน์

ความเก่งกาจของเดอ บรอยน์

เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเบลเยี่ยมนั้นเป็นนักเตะคนสำคัญของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในเวลานี้ และแม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะแสดงถึงศักยภาพที่ยอดเยี่ยมมาตั้งแต่ตอนเล่นให้กับโวล์ฟบวร์กในเยอรมันบ้างแล้ว แต่พอย้ายมาร่วมทีม “เรือใบสีฟ้า” นั้น เควิน เดอ บรอยน์ถือว่าทำผลงานได้อย่างสุดยอด และยกระดับฝีเท้าของตัวเองขึ้นมาจนก้าวขึ้นไปเป็นยอดดาวเตะระดับโลกไปเรียบร้อยแล้ว ผลบอล hotline โดยเฉพาะการรับบทบาทเพลย์เมคเกอร์นั้นเขาไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอนในเวลานี้ ซึ่งหลังจากที่เขาย้ายมายังถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยมในช่วงซัมเมอร์ปี 2015 ด้วยค่าตัวสูงถึง 55 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นค่าตัวนักเตะที่แพงที่สุดของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในเวลานั้นด้วย และยังเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดเป็นอันดับ 2 บนเกาะอังกฤษ

โดยเป็นรองเพียงแค่อังเคล ดิ มาเรีย ปีกชาวอาร์เจนไตน์ตอนที่ย้ายจากเรอัล มาดริดมาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเมื่อปี 2014 เท่านั้น ซึ่งตอนนั้นแมนเชสเตอร์ ซิตี้มีกุนซือเป็นมานูเอล เปเญกรินี่ กุนซือชาวชิลีคุมทีมอยู่ ผลบอล hotline ซึ่งแม้ว่าฤดูกาลนั้นจะเป็นฤดูกาลที่ทีมไม่ได้ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก โดยพวกเขาได้เพียงแชมป์ลีก คัพเท่านั้น แต่เป็นฤดูกาลที่เควิน เดอ บรอยน์ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในด้านของการทำประตู ซึ่งเขาทำได้ถึง 16 ประตูเลยทีเดียวในทุกรายการ และเป็นจำนวนประตูที่เยอะที่สุดที่เล่นให้กับทีมมาจนถึงตอนนี้ด้วย

แม้ว่าในตอนนั้นผลงานของเควิน เดอ บรอยน์ในแง่ของการทำประตูจะดูดีกว่าฤดูกาลที่ผ่านๆ มาที่มีเป็ป กวาดิโอล่า ยอดกุนซือชาวสเปนเข้ามาคุมทีมก็ตาม แต่ดูจากความเก่งกาจของเขาในตอนนี้แล้วนั้นน่าจะเก่งกว่าเมื่อ 4-5 ปีก่อนเยอะทีเดียว เพราะดาวเตะแก้มแดงรายนี้ไม่ได้มีดีแค่การทำประตูเท่านั้น แต่ยังมีเซนต์ในการผ่านบอลที่สุดยอดที่สุดคนหนึ่งในพรีเมียร์ลีกอีกด้วย โดยเฉพาะการเปิดบอลเข้าทำในจังหวะสุดท้าย ที่เขาเปิดได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเปิดแบบพุ่งเข้ากรอบเขตโทษ หรือว่าจะเป็นเปิดโค้งจากริมเส้นก็ตาม เขาสามารถทำได้ดีทั้งหมด ซึ่งทำให้เป็นอาวุธหลักในการเข้าทำของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในฤดูกาลนี้ด้วย ผลบอล hotline และฤดูกาลนี้เขากลายเป็นนักเตะที่ผ่านบอลให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้มากที่สุดถึง 16 ครั้งจาก 29 นัดที่ผ่านมาของพรีเมียร์ลีก ซึ่งมีเพียงเขากับเทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ แบ็คขวาดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษของลิเวอร์พูลเท่านั้นที่ทำแอสซิสต์ได้เกิน 10 ครั้งในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้จนถึงตอนนี้

เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเบลเยี่ยมนั้นเป็นนักเตะคนสำคัญของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในเวลานี้ และแม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะแสดงถึงศักยภาพที่ยอดเยี่ยมมาตั้งแต่ตอนเล่นให้กับโวล์ฟบวร์กในเยอรมันบ้างแล้ว แต่พอย้ายมาร่วมทีม “เรือใบสีฟ้า” นั้น เควิน เดอ บรอยน์ถือว่าทำผลงานได้อย่างสุดยอด และยกระดับฝีเท้าของตัวเองขึ้นมาจนก้าวขึ้นไปเป็นยอดดาวเตะระดับโลกไปเรียบร้อยแล้ว
เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเบลเยี่ยมนั้นเป็นนักเตะคนสำคัญของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในเวลานี้ และแม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะแสดงถึงศักยภาพที่ยอดเยี่ยมมาตั้งแต่ตอนเล่นให้กับโวล์ฟบวร์กในเยอรมันบ้างแล้ว แต่พอย้ายมาร่วมทีม “เรือใบสีฟ้า” นั้น เควิน เดอ บรอยน์ถือว่าทำผลงานได้อย่างสุดยอด และยกระดับฝีเท้าของตัวเองขึ้นมาจนก้าวขึ้นไปเป็นยอดดาวเตะระดับโลกไปเรียบร้อยแล้ว

นอกจากเควิน เดอ บรอยน์จะเป็นผู้เล่นคนสำคัญของแมนเชสเตอร์ ซิตี้แล้ว เขายังเป็นเพลย์เมคเกอร์คนสำคัญของทีมชาติเบลเยี่ยมเช่นกัน แม้ว่าทีมชาติเบลเยี่ยมในตอนนี้จะมีกองกลางที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมหลายคน ไม่ว่าจะเป็นยูริ เตเลม็องส์ อั๊กเซล วิตเซิ่ล มารูยาน เฟลไลนี่ หรือว่าคนอื่นๆ ก็ตาม ผลบอล hotline แต่ก็ไม่มีใครที่มีความสามารถใกล้เคียงหรือคล้ายกับเดอ บรอยน์เลยแม้แต่น้อย ทำให้เขาเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีม “ปีศาจแดง” แห่งยุโรปร่วมกับเอแดน อาซาร์ เพลย์เมคเกอร์กัปตันทีม และโรเมลู ลูกากู กองหน้าดาวซัลโวสูงสุดของทีมชาติเบลเยี่ยม ซึ่งเป็น 3 ผู้เล่นที่ทำให้ทีมชาติเบลเยี่ยมแข็งแกร่งมากๆ ในเวลานี้ และประสบความสำเร็จจนกลายเป็นอันดับที่ 3 ของศึกฟุตบอลโลกที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

เช่นเดียวกับในทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้ว่าเป็ป กวาดิโอล่าจะมีขุมกำลังอื่นๆ ที่ดีก็ตาม แต่เควิน เดอ บรอยน์นั้นถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของแดนกลางของทีมอย่างแท้จริง เพราะเขาเป็นตัวหลักที่เวลาขาดไปแล้วทีมจะมีปัญหาในแดนกลางทันที โดยเฉพาะการเปิดบอลเข้าทำที่จะขาดมิติไปอย่างสิ้นเชิง เพราะนักเตะตัวรุกคนอื่นๆ ผลบอล hotline ไม่ว่าจะเป็นราฮีม สเตอร์ลิ่ง เซร์คิโอ อเกวโร่ กาเบรี้ยล เฆซุส ริยาด มาห์เรซ แบร์นาโด้ ซิลวานั้นเป็นนักเตะที่จะลากเลื้อยเข้าไปสร้างโอกาสให้ทีมเสียมากกว่า แต่สำหรับเดอ บรอยน์นั้นจะใช้บอลเคลื่อนที่ในการสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนร่วมทีม ซึ่งทำให้เหมือนส่วนผสมที่ลงตัวมากสำหรับแมนเชสเตอร์ ซิตี้เวลาที่มีเขาอยู่ในทีม เรียกได้ว่ามีอาวุธครบมือเลยก็ว่าได้ โดยเควิน เดอ บรอยน์นั้นก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีม “เรือใบสีฟ้า” แทนที่ของดาบิด ซิลบา เพลย์เมคเกอร์ตัวเก๋าวัย 34 ปีชาวสเปนที่เริ่มโรยลาลงไปเยอะแล้วในปีนี้ และเขาจะย้ายออกจากทีมหลังจบฤดูกาลนี้ด้วย ผลบอล hotline และดาวเตะวัย 28 ปีรายนี้ทำให้ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ประสบความสำเร็จมากมาย ทั้งการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัยติดต่อกัน แชมป์ลีก คัพ 3 สมัยติดต่อกัน ซึ่งขาดเพียงแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเท่านั้นที่พวกเขายังทำไม่สำเร็จ และฤดูกาลนี้พวกเขาก็มีโอกาสที่จะได้ลุ้นแชมป์ด้วย เพราะในรอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรกพวกเขาบุกไปเอาชนะเรอัล มาดริดได้ถึงถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบล 2-1 ทำให้ได้เปรียบมากในนัดที่ 2 หากว่ายูฟ่าให้กลับมาแข่งขันกันต่อในฤดูกาลนี้ ซึ่งสามารถเข้าไปเชียร์บอลกันได้ที่ https://dp24thai.com/

 

เรื่องอื่นๆน่าสนใจ