จากเงินเดือนหลักแสน เหลือ 5000 ‘กิตติพล ปาภูงา’ กับชีวิตที่บ้านเกิด

“ผมเข้ามาเรียน ที่ ร.ร.กรุงเทพคริสเตียน ตั้งแต่อายุ 11 ปี ตั้งแต่ ที่บ้านจ่ายค่าเทอมเอง เทอมละ 3-4 หมื่นบาท จนถึง ได้ทุนนักกีฬา ที่บ้านให้เงินติดกระเป๋าใช้เดือนละ 500 บาท ผมจำวันลำบากได้ จากเล่นสโมสรไทยลีกเงินเดือนสูงสุด 2-3 แสนบาท วันนี้ พี่รู้ไหม พอแขวนสตั๊ด กลับมาเป็นครูสอนเด็กๆ ที่ร้อยเอ็ด เงินเดือน ยังไม่ถึงหมื่นเลยครับ แต่อาศัยได้มาอยู่กับแม่ มีเงินเก็บจากการเล่นฟุตบอลก็พออยู่ได้”
“เดี่ยว” กิตติพล ปาภูงา อดีตกองกลาง ที่ดังมาจาก ร.ร.กรุงเทพคริสเตียน, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, เทโรฯ, เอสซีจี เมืองทอง , สุพรรณบุรี เอฟซี, อีสาน ยูไนเต็ด, อุบล ยูเอ็มที และ ปิดฉากการค้าแข้งกับเชียงใหม่ เอฟซี

ขณะที่เส้นทางทีมชาติของเดี่ยวผ่านมาเกือบทุกชุดตั้งแต่ เยาวชน 17-18-19-20 และ เอเชี่ยนเกมส์ ที่โดฮาเกมส์ ก็มีชื่อของกองกลางพรสวรรค์ คนนี้ร่วมทีมด้วย

“ช่วงเล่นฟุตบอลอาชีพ อายุ 20 กว่าๆ ผมกินเที่ยว ซ้อม เล่น ครบสูตร ได้สบายๆ จนพี่แบน ธชตวัน ศรีปาน โค้ชเทโรฯ สมัยนั้น เตือนผมว่า ถ้าเอ็งอยากเล่นฟุตบอลนานๆ เบาๆ ฉลองหน่อยนะน้องไม่งั้นจะแย่เอา”

จากเงินเดือนหลักแสน เหลือ 5000 ‘กิตติพล ปาภูงา’ กับชีวิตที่บ้านเกิด


“ก็จริงอย่างที่พี่แบนพูด พออายุเริ่มเยอะขึ้น ร่างกายที่เคยสั่งได้ก็เชื่องช้าลงกว่าเดิม มีอาการบาดเจ็บง่ายขึ้น สุดท้ายผมแขวนสตั๊ด อายุ 33 ปี”

“มาวันนี้ ผมเจอน้องๆ ที่กำลังขาขึ้นก็แนะนำว่า เวลามีเงินต้องเก็บให้มากที่สุด ถึงเวลาเลิกเล่นจะมาเสียดายทีหลังไม่ได้เด็ดขาด”

“เดี่ยว” กิตติพล แขวนสตั๊ด ตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต เก็บของกลับบ้านเกิดจังหวัดร้อยเอ็ดเพื่อแม่ที่ขอร้องเขามาตลอด 3 ปีที่อยู่คนเดียว หลังพ่อ เสียชีวิต หมดเวลา 23 ปีในเมืองกรุงเสียที

จากเงินเดือนหลักแสน เหลือ 5000 ‘กิตติพล ปาภูงา‘ กับชีวิตที่บ้านเกิด

 


“ผมมาอยู่บ้านกับแม่เปิดร้านขายเครื่องกีฬา ในอำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นอาจารย์พิเศษสอนฟุตบอลให้กับเด็กๆ ในจังหวัดร้อยเอ็ด และ โรงเรียนเก่าที่พ่อคมกฤษ ปาภูงา เคยเป็นผอ. อย่าง สุวรรณภูมิวิทยาลัย จนผ่านมาปีกว่าๆ ทาง โรงเรียนสุวรรณภูมิวิทยาลัย เรียกผมให้มาทำงานครูอัตราจ้าง เพื่อสอนเด็กๆ ผมรับปากทันที เงินเดือน เดือนแรก ในฐานะครูอัตราจ้าง ผมรับที่ 5000 บาท”

จากเงินเดือนนักเตะหลักแสน ซ้อมฟุตบอลวันละ 2-3 ชั่วโมง วันนี้ “เดี่ยว” ต้องเริ่มงาน 8 โมงเช้าเลิก 4 โมงเย็น ตามเวรที่โรงเรียนกำหนดให้กับเงินเดือนครึ่งหมื่น แต่นั้น ไม่ใช่สิ่งสำคัญ เพราะสิ่งที่แลกมา กลายเป็นความสุขที่ เดี่ยว หาไม่ได้จาก เมืองกรุง เขาได้อยู่กับแม่ มีเด็กๆ ตัวเล็กๆ ที่ได้สอนฟุตบอลในช่วงว่าง

 

“เงินเดือนทุกบาททุกสตางค์ผมเอาเข้ามูลนิธิพ่อ ให้กับเด็กๆ ที่เรียนดี แต่ไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ ส่วนตัวก็เอาเงินจากร้านขายซื้อผ้า และเงินที่พอมีจากช่วงเล่นฟุตบอลใช้จ่ายประจำวัน ตอนนี้เพิ่งซื้อที่ 18 ไร่ ราคาเกือบ 10 ล้าน สร้างอาคาเดมี่ชื่อ เด่นเดียว อาคาเดมี่ สอนเด็กๆ ทำตามความฝันที่อยากทำหลังเลิกเล่นฟุตบอลอีกอย่างหนึ่ง”

ในวันที่เงินทองไม่ได้มีผลกับชีวิตของอดีตกองกลางคนนี้มากนัก แต่โจทย์ของเขาคือ การใช้เวลากับครอบครัว กับสิ่งที่เขารักให้มากที่สุด”

บางทีนี่น่าจะเป็นสิ่งที่หลายคนอิจฉาไม่ใช่น้อย และไม่แปลกใจทำไมเขาถึงเอาเวลาทั้งเดือนแลกกับเงิน 5000

เพราะความสุขนี่เอง

เรื่องอื่นๆน่าสนใจ