การพัฒนาของแรชฟอร์ด

การพัฒนาของแรชฟอร์ด

ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดถือว่ามี ผลบอล สด หรือผลงานที่ไม่ค่อยสม่ำเสมอมากนักในช่วงครึ่งฤดูกาลแรก เพราะพวกเขาสามารถเก็บคะแนนได้จากทีมใหญ่โดยตลอด แต่ในขณะเดียวกันกลับนำคะแนนเหล่านั้นไปแจกจ่ายให้กับทีมเล็ก หรือว่าทีมในระดับท้ายตารางด้วยการ ผลบอล สด แพ้บ้าง หรือว่าเสมอเป็นประจำ ทำให้อันดับในตารางคะแนนของพวกเขาไม่นั้นกระเตื้องขึ้นไปอยู่ในกลุ่มท็อป 4 ในโซนพื้นที่ที่จะได้ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาลหน้าได้เลย และพวกเขามีคะแนนตามหลังเชลซีอยู่โดยตลอด แต่นอกจากเรื่องนี้แล้ว ทีม “ปีศาจแดง” ก็ถือว่ามีหลายเรื่องดีๆ อยู่บ้างในยุคที่มีโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์คุมทีม

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการได้เห็นพัฒนาการอันยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ของมาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าดาวรุ่งของทีม ที่ในฤดูกาลนี้เขาถูกปรับมาเล่นในตำแหน่งตัวรุกทางริมเส้นฝั่งซ้ายแบบเต็มตัว และให้อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กองหน้าฝรั่งเศสขยับขึ้นไปเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าแทน และทำให้แรชฟอร์ดกลายเป็นตัวเลือกอันดับ 2 เท่านั้นในตำแหน่งศูนย์หน้า

ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าแรชฟอร์ดทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียว ก่อนที่เขาจะมาได้รับบาดเจ็บไปในศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ในศึกคาราบาว คัพรอบรองชนะเลิศเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผลบอล สด ทำให้สถิติของเขานั้นหยุดชะงักลงไป แต่ก่อนที่จะได้รับบาดเจ็บไปนั้น ผลงานของมาร์คัส แรชฟอร์ดถือว่ายอดเยี่ยมมาก เพราะในฤดูกาลนี้ดาวเตะวัย 22 ปีรายนี้สามารถทำลายสถิติตัวเองในการทำประตูมากที่สุดต่อหนึ่งฤดูกาลลงได้อย่างราบคาบ ด้วยการทำไปถึง 19 ประตูในทุกรายการ โดยเป็น 14 ประตูในพรีเมียร์ลีก

การได้เห็นพัฒนาการอันยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ของมาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าดาวรุ่งของทีม ที่ในฤดูกาลนี้เขาถูกปรับมาเล่นในตำแหน่งตัวรุกทางริมเส้นฝั่งซ้ายแบบเต็มตัว
การได้เห็นพัฒนาการอันยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ของมาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าดาวรุ่งของทีม ที่ในฤดูกาลนี้เขาถูกปรับมาเล่นในตำแหน่งตัวรุกทางริมเส้นฝั่งซ้ายแบบเต็มตัว

ซึ่งตอนนั้นเขามีโอกาสคั่วตำแหน่งดาวซัลโวของลีกด้วยซ้ำ ก่อนที่จะได้รับบาดเจ็บไป ผลบอล สด ซึ่งอาการบาดเจ็บบริเวณสะโพกของเขานั้นถือว่าหนักพอสมควร ซึ่งหากว่าพรีเมียร์ลีกสามารถรเล่นกันได้ตามปกติ มาร์คัส แรชฟอร์ดอาจจะหายกลับมาไม่ทันช่วยทีมในช่วงที่เหลือของฤดูกาลแล้วด้วยซ้ำ แต่จากการที่มีการหยุดการแข่งขันไปเนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด 19 ทำให้ตอนนี้ดาวรุ่งของ “ปีศาจแดง” รายนี้น่าจะพร้อมลงสนามช่วยทีมทันทีในตอนที่พรีเมียร์ลีกสามารถกลับมาลงแข่งได้อีกครั้ง และทำให้เขาไม่ต้องเร่งหายเจ็บเพื่อกลับมาทำศึกยูโร 2020 ที่เลื่อนไปเป็นกลางปีหน้าแทนแล้วด้วย

มาร์คัส แรชฟอร์ดนั้นถือว่าเป็นกองหน้าที่โชคดีมากที่ได้โอกาสก้าวขึ้นทีมชุดใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในยุคของหลุยส์ ฟาน กัลป์ กุนซือชาวดัตช์ในปี 2016 ซึ่งเขาได้รับโอกาสอย่างส้มหล่นในการถูกเรียกขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ ผลบอล สด โดยตอนนั้นเกิดขึ้นเพราะอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กองหน้าตัวเป้าของทีมนั้นได้รับบาดเจ็บพอดี อีกทั้งเจมส์ วิลสัน กองหน้าดาวรุ่งของทีมที่ควรจะถูกเรียกติดทีมชุดใหญ่นั้นดันได้รับบาดเจ็บในตอนนั้นพอดี ทำให้โอกาสตกเป็นของมาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าจากชุดเยาวชนยู 18 ของสโมสร

ซึ่งได้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริงแทนในศึกยูโรป้า ลีกที่พบกับมิดทิลแลนด์ ทีมจากประเทศเดนมาร์ก และแรชฟอร์ดก็ประเดิมการลงสนามได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการทำ 2 ประตูในเกมดังกล่าว ผลบอล สด และทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเอาชนะผู้มาเยือนได้สำเร็จ 5-1 และด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ ทำให้เขาก้าวขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ของ “ปีศาจแดง” แบบถาวรทันที ซึ่งหลังจากนัดนั้นเขาก็ทำ 2 ประตูในนัดที่เอาชนะอาร์เซน่อลที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดได้อีก 3-2 ทำให้เขาได้แรชฟอร์ดได้รับการจับตามองทันที

ซึ่งหลังจากนั้นเขายังทำประตูสวยๆ ผลบอล สด อีกมากมาย ทั้งการแตะหลบมาร์ติน เดมิเชลิส หลุดไปยิงแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ รวมถึงการยิงใส่เวสต์แฮม ยูไนเต็ดอย่างสุดสวยในศึกเอฟเอ คัพอีกด้วย ซึ่งทำให้เขาได้รับการจับตามองเป็นอย่างมากหลังจากนั้น ซึ่งเขาทำผลงานได้อย่างสุดยอดในช่วงที่อาจารย์หลุยส์คุมทีม

แต่หลังจากนั้นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทำการเปลี่ยนแปลงกุนซือมาเป็นโชเซ่ มูรินโญ่ ยอดกุนซือชาวโปรตุกีสที่เข้ามาคุมทีมในช่วงกลางปี 2016 หลังจากที่แรชฟอร์ดก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ได้เพียงแค่ครึ่งปีเท่านั้น ซึ่งพอมีการเปลี่ยนกุนซือใหม่นั้น ตัวนักเตะก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการเล่นตามไปด้วย รวมถึงตำแหน่งการเล่นก็เช่นกัน ผลบอล สด ซึ่งมาร์คัส แรชฟอร์ดได้รับผลกระทบไปเต็มๆ จากการเปลี่ยนแปลงกุนซือครั้งนี้

จากที่เขาได้เล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้ามาตลอด ก็ต้องถูกจับมาเล่นเป็นปีกซ้ายแทนในยุคของโชเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งทำให้ผลงานของเขานั้นไม่โดดเด่นเหมือนตอนเป็นกองหน้า และผลงานตกลงอย่างชัดเจน เพราะสไตล์ของมูรินโญ่นั้นต้องการใช้กองหน้าตัวใหญ่เป็นตัวเป้า ทำให้เป็นซลาตัน อิบราฮิโมวิชในปีแรก และเป็นโรเมลู ลูกากูในปีต่อมา และทำให้แรชฟอร์ดต้องเปลี่ยนมาเล่นเป็นปีกซ้ายจนถึงบัดนี้ ซึ่งสามารถเข้าไปสนุกกันได้ที่ https://dp24thai.com/

เรื่องอื่นๆน่าสนใจ